BLOG

5 เคล็ดลับ ลง โฆษณา Facebook อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

5 เคล็ดลับ ลง โฆษณา Facebook อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

cream cream

24.04.2018

ถ้าหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังเปิดร้านค้าออนไลน์ ที่มีแฟนเพจ หรือร้านค้าภายในเฟสบุ๊คอยู่ล่ะก็ ทราบไหมว่าการลงโฆษณาบนเฟสบุ๊คนั้น เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถสร้างการรับรู้การมีตัวตนของสินค้า หรือแบรนด์ ไปจนถึงการเพิ่มยอดขาย ให้กับร้านค้าของคุณได้อย่างดีเลยทีเดียว

จากที่ทราบมาข้อดีของการลงโฆษณาบนเฟสบุ๊คก็มีไม่น้อย แล้วทำไมคุณไม่ลองทำการตลาดด้วยการลงโฆษณาบนเฟสบุ๊ค ที่สามารถสร้างกำไร และทำให้ร้านค้าภายในเฟสบุ๊คของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยการลงโฆษณานั้น คุณจำเป็นจะต้องมีเคล็ดลับในการลงโฆษณาสักเล็กน้อย เพื่อให้การทำโฆษณาในเฟสบุ๊คของคุณประสบความสำเร็จตามที่ได้หวังไว้ โดย Am2b Marketing ก็ได้นำ 5 เคล็ดลับการ ลง โฆษณา Facebook อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ มาฝากทุกๆ ท่านดังนี้

 

  1. เลือกรูปโดนใจมีชัยไปกว่าครึ่ง

การลงโฆษณาบนเฟสบุ๊ค สิ่งสำคัญที่สุดก็คือรูปภาพ เพราะรูปภาพนั้นจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินว่า ผู้เข้าชมจะรับข่าวสารของคุณหรือไม่ ซึ่งหากรูปภาพที่คุณเลือกออกมาทำโฆษณาบนเฟสบุ๊ค นั้นไม่สามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้ การทำโฆษณาของคุณในครั้งนี้อาจเรียกว่าล้มเหลวเลยก็ได้

เพราะพฤติกรรมการใช้งานเฟสบุ๊คของคนทั่วไป โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นการเลื่อนเพื่อดูรูปภาพก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะอ่านเนื้อหาเหล่านั้นต่อหรือไม่ โดยเวลาที่ผู้เข้าชมเลื่อนผ่านโฆษณาของคุณ อาจเป็นแค่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนการตัดสินใจ แต่ถ้าหากรูปภาพที่คุณเลือกมานั้นดีมาก สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมให้หยุดดู หรือกดเข้าอ่านเนื้อหาได้ ก็นับว่าคุณได้กำชัยชนะไว้กว่าครึ่งหนึ่งแล้วล่ะ

 

  1. เลือกรูปแบบโฆษณาที่ใช่ ให้ได้ผลอย่างที่ชอบ

การเลือกรูปแบบโฆษณาบนเฟสบุ๊คนั้นมีหลายวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการลงโฆษณาเพื่อโปรโมทเพจ เพิ่มยอดกดไลค์ กดติดตาม โปรโมทโพสต์ เพิ่มจำนวนคนใช้งานแอพฯ และอีกหลายๆ วัตถุประสงค์ แต่การทำโฆษณาบนเฟสบุ๊ค ที่ดีที่สุดนั้นก็คือการเลือกทำโฆษณาแบบ Page Post Engagement

 

ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้ใครเห็นโพสต์บ้าง อาจเป็นการเลือกกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม ที่คุณอยากให้เห็นโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกประเทศ จังหวัด เขต ช่วงอายุ เพศ ที่จะให้โฆษณาไปปรากฏได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่คุณได้กำหนด การเลือกรูปแบบโฆษณาแบบนี้ ผลตอบรับที่ออกมาจะต้องดีแน่นอน

 

  1. เลือกกลุ่มเป้าหมายให้ขายได้มากขึ้น

การลงโฆษณาบนเฟสบุ๊คนั้น คุณสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดช่วงอายุ และเพศ ของกลุ่มคนที่จะพบเห็นโฆษณาของคุณ โดยคุณสามารถเลือกให้กลุ่มคนที่ติดตามคุณเท่านั้น ที่สามารถเห็นโฆษณาที่คุณโพสต์ หรือเลือกให้คนที่ไม่ได้ติดตามคุณเท่านั้นที่จะได้เห็นโฆษณา และสามารถแสดงให้ทั้งสองกลุ่มได้เห็นพร้อมๆ กันก็ได้เช่นกัน การที่คุณสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายที่จะให้รับชมโฆษณาได้นั้น จะทำให้การขายสินค้าบนเฟสบุ๊คของคุณ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ทำให้เพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้นกว่าการลงโฆษณาแบบแสดงให้ทุกคนที่ใช้งานเห็น ซึ่งอาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาที่มากขึ้น แต่ผลตอบรับกลับออกมาไม่ดีนั่นเอง

 

  1. เลือกลงโฆษณาในเวลาที่เหมาะสม

การลงโฆษณา ช่วงเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อคุณต้องการให้มีผู้พบเห็นโฆษณามากที่สุด คุณจำเป็นจะต้องรู้ว่าเวลาไหนที่มีผู้เข้าใช้งานมากที่สุดบนแพลตฟอร์มนั้น เพื่อทำให้โฆษณาของคุณมีโอกาสถูกพบเห็นมากขึ้น โดยเวลาที่ผู้เข้าใช้งานเฟสบุ๊คมากที่สุดก็จะเป็นช่วงเวลา 18.00น. – 23.00 น. และมีการเข้าใช้งานตลอดทั้งวันในช่วงวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์

ส่วนระยะเวลาในการทำโฆษณาที่ดี ก็ไม่ควรใช้เวลานานเกินไป หากโฆษณาเหล่านั้นไม่ได้ผลตอบรับที่ดีในช่วงเวลาแรกที่ลงไป แต่ถ้าโฆษณาของคุณได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ก็ควรใช้โฆษณาเหล่านั้นไปจนกว่าจะหมดความนิยม และเมื่อใดที่ความนิยมหมดไป คุณก็สามารถหาโฆษณาใหม่มาแทนที่ได้ทันที

 

  1. เลือกลงสาระความรู้บ้าง อย่าจ้องขายของเพียงอย่างเดียว

การลงโฆษณาไม่ควรลงเพื่อขายสินค้าเพียงอย่างเดียว คุณควรจะลงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือบทความที่เป็นสาระความรู้ให้กับผู้อ่านบ้างก็ได้ โดยพยายามทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้า หรือเฟสบุ๊คของคุณให้ดูมีความเชี่ยวชาญด้านสินค้าของคุณ สามารถตอบคำถามของผู้บริโภคได้ รวมทั้งให้คำแนะนำด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับคนใกล้ชิดที่กำลังมอบสิ่งดีๆ ให้แก่กัน ไม่ใช่เป็นผู้ซื้อกับผู้ขายที่จะมาสนทนากันก็ต่อเมื่อจะทำการซื้อขายเท่านั้น สิ่งเหล่านี้คุณควรทำให้เป็นประจำ แม้ในการโฆษณาที่ไม่ได้สำคัญมากนัก ก็ควรสอดแทรกเกร็ดความรู้ หรือสาระความรู้ สอดแทรกควบคู่ลงไปกับโฆษณาด้วย นั่นจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คนที่สนใจในเนื้อหาที่แทรกไปด้วยเกร็ดความรู้ กระจายข้อมูลออกไป ถึงแม้บางครั้งผู้ที่กระจายข้อมูลออกไปอาจไม่ได้สนใจในตัวของสินค้าเลยก็ตาม

BACK

RECENT NEWS