BLOG

7 เทคนิค เพิ่มการมีส่วนร่วมในหน้าแฟนเพจ Facebook สำหรับธุรกิจ

7 เทคนิค เพิ่มการมีส่วนร่วมในหน้าแฟนเพจ Facebook สำหรับธุรกิจ

cream cream

03.04.2018

แม้ว่า Facebook จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างได้ง่าย รวดเร็ว และฟรี และเนื่องจากความง่ายในจุดนี้นี่เอง ก็ทำให้ผู้คนต่างพากันสร้างแฟนเพจขึ้นมาเพื่อโปรโมทสินค้าและบริการของแบรนด์

แต่มันก็ไม่ได้ง่ายดังที่เห็นเสมอไป เพราะการสร้างนั้นง่าย แต่การที่จะทำให้ผู้คนที่ใช้ Facebook หลายล้านคนเข้ามามีส่วนร่วมกับแฟนเพจแบรนด์ของคุณนั้น เป็นเรื่องที่ต้องมีกลยุทธ์และเทคนิคในการโพสต์ เพื่อให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วม

เพราะต่อให้จำนวนไลค์ของแฟนเพจมีสูง แต่ในขณะที่ทำการโพสต์แต่ละครั้งกลับพบว่า ผู้คนไม่ค่อยมีส่วนร่วมเลย ดังนั้นนี่คือ 7 เทคนิคง่าย ๆ แต่ทรงพลังที่คุณสามารถนำไปใช้บนแฟนเพจของแบรนด์ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมและเพิ่มโอกาสในการซื้อขายเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เทคนิคที่ 1 อย่าใช้ Facebook ส่วนตัวปะปนกับแฟนเพจที่ใช้ทำธุรกิจ

แม้ว่านักการตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงหลายคนใช้โปรไฟล์ส่วนตัวในการสร้าง Personal Branding และสามารถสร้างยอดขายให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี แต่หากคุณใช้ปนกันกับโปรไฟล์ส่วนตัวบน Facebook คุณอาจจะต้องแลกกับการสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปในทันที ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ ข้อความ, รูปภาพหรือวีดีโอ ที่คุณต้องการให้เห็นเฉพาะในกลุ่มของเพื่อน ๆ

โดยแนะนำว่า หากคุณต้องการสร้าง Personal Branding ก็ให้คุณดำเนินการสร้างแฟนเพจขึ้นมาใหม่อีกอันหนึ่งเพื่อใช้ควบคู่ไปกับแฟนเพจของธุรกิจ ซึ่งข้อได้เปรียบของการสร้างโปรไฟล์แบบแฟนเพจนั้น จะได้เปรียบในเชิงธุรกิจในทุก ๆ ด้านของการใช้งานไม่ว่าจะเป็น สามารถลงโฆษณาได้ สามารถติดตั้งให้เป็น Facebook Business Manager ที่สามารถเพิ่มผู้ดูแลและทีมงานของคุณเข้าไปจัดการได้ โดยที่ไม่ต้องวุ่นวายกับโปรไฟล์ส่วนตัวของคุณ และนอกจากนั้นการมีบัญชีส่วนตัวมากกว่า 1 บัญชี เป็นการขัดต่อกฏของ Facebook อีกด้วย

เทคนิคที่ 2 เพิ่มภาพโปรไฟล์ที่จดจำได้ง่าย

ในขณะที่ผู้คนพิมพ์ในช่องค้นหาเพื่อค้นหาหน้าแฟนเพจธุรกิจของแบรนด์คุณ สิ่งที่พวกเขาจะเห็นและจดจำได้เป็นอย่างดีก็คือรูปโปรไฟล์ธุรกิจที่โดดเด่นและจดจำได้ง่าย ซึ่งคุณจำเป็นที่จะต้องทดสอบขนาดของรูปโปรไฟล์ในรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงในอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่ามีความชัดเจนเพียงพอหรือไม่ ซึ่ง Facebook มักจะมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของรูปภาพที่แสดงผลอยู่เสมอ โดยปกติแล้วขนาดของภาพที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 170×170 pixel สำหรับหน้าจอคอมพิวเตอร์และขนาด 128×128 pixel สำหรับหน้าจอสมาร์ทโฟน

เทคนิคที่ 3 เลือกภาพหน้าปกที่ดึงดูดใจ

หน้าปก Facebook (Facebook Cover) ถือได้ว่าเป็นพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดบนหน้าแฟนเพจของแบรนด์คุณเลยก็ว่าได้ เพราะเนื่องจากผู้คนจะเห็นก่อนเป็นอันดับแรกสุดเมื่อพวกเขาเข้ามายังหน้าแฟนเพจของคุณ และนอกจากนั้น Facebook Cover ยังกินพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของหน้าจอ

ดังนั้นคุณจำเป็นที่จะต้องให้ความใส่ใจกับการออกแบบรูปภาพหน้าปก ให้มีความน่าสนใจและดึงดูดมากพอที่จะทำให้ผู้คนนั้นจดจำแบรนด์ของคุณได้ ซึ่งโดยปกติแล้วขนาดของภาพหน้าปกที่เหมาะสมจะมีขนาด 820×360 pixel สำหรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และขนาด 640×360 pixel สำหรับหน้าจอสมาร์ทโฟน และ Facebook มักจะเปลี่ยนแปลงขนาดของรูปภาพแสดงผลอยู่เสมอ

เทคนิคที่ 4 เพิ่มปุ่ม Call-to-action (CTA)

 

ปุ่ม Call-to-Action (CTA) คือ ปุ่มที่จะส่งผู้เยี่ยมชมไปยังหน้าเว็บไซต์ตามจุดประสงค์ที่นักการตลาดต้องการให้กระทำ ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการเพิ่มอัตราการลงทะเบียนของผู้เยี่ยมชมแฟนเพจ ก็สามารถกำหนดให้ปุ่ม CTA บนเฟสบุ๊คส่งผู้คนไปยังหน้าลงทะเบียนบนเว็บไซต์ของคุณได้ โดยสามารถตั้งค่าได้ที่บริเวณมุมขวาล่างของหน้าปกแฟนเพจเฟสบุ๊คนั้น ๆ

เทคนิคที่ 5 กรอกข้อมูลพื้นฐานในหน้า About และเหตุการณ์สำคัญของบริษัท

แม้ว่าข้อมูลหน้า “About” หรือ “เกี่ยวกับ” ผู้คนทั่วไปมักจะมองไม่เห็นรายละเอียดในส่วนตรงนี้จนกว่าจไะคลิกเข้าไปดู แต่ก็มักจะเป็นหน้าที่บรรจุข้อมูลที่ผู้ชมมักจะเข้าไปอ่านเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ที่พวกเขากำลังให้ความสนใจอยู่ และในบางครั้งหากข้อมูลในหน้า About ตรงกับความสนใจของผู้ชม มันก็ส่งผลให้พวกเขากด Like และกดติดตามข่าวสารจากทางแฟนเพจของธุรกิจคุณเพิ่มเติมได้โดยปริยาย

เทคนิคที่ 6 กำหนดระยะเวลาและความถี่ในการโพสต์

หลังจากที่คุณได้สร้างแฟนเพจเฟสบุ๊คมาแล้วแต่กลับไม่มีการวางและกลยุทธ์ในการอัพเดทเนื้อหาลงบนแฟนเพจ จะยิ่งทำให้แบรนด์ของคุณมีความน่าเชื่อลดลง ลองคิดในมุมของผู้บริโภคว่า หากพวกเขาค้นหาแบรนด์แล้วพบแฟนเพจของแบรนด์คุณ แต่กลับพบว่าไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เกิดขึ้นบนแฟนเพจ มาเป็นสักระยะเวลาหนึ่งแล้ว นั่นจะทำให้พวกเขาเริ่มไม่แน่ใจว่า ธุรกิจของคุณยังคงอยู่ดีหรือไม่ สั่งของไปแล้วของจะส่งถึงบ้านหรือเปล่า เพราะขนาดแฟนเพจยังไม่มีการโพสต์หรือตอบรับใด ๆ เลยเป็นเวลาหลายเดือน

หรือในทางกลับกัน หากคุณมีการอัพเดทที่ถี่และเยอะจนเกินไป ผู้ติดตามอาจจะรู้สึกได้ว่า พวกเขากำลังโดนแบรนด์ของคุณคุกคามอยู่ตลอดเวลา จนเกิดความรำคาญได้ แต่ในปัจจุบันนั้น Facebook มีการปรับลดการมองเห็น ซึ่งแม้ว่าพวกเขาจะกดติดตามคุณ แต่ก็อาจจะไม่เห็นโพสต์ทั้งหมด แต่สำหรับแฟนเพจที่กดการแจ้งเตือนเอาไว้ก็อาจจะเปลี่ยนใจและยกเลิกการแจ้งเตือน และอย่างแย่ที่สุดก็คือเลิกติดตามแบรนด์ของคุณ

เทคนิคที่ 7 ปักหมุดโพสต์สำคัญไว้บนสุดของหน้าแฟนเพจ

โดยปกติแล้วเมื่อคุณโพสต์เนื้อหาใหม่ลงบนแฟนเพจ จะทำให้โพสต์เก่า ๆ นั้นถูกผลักลงด้านล่างตาม Timeline ของคุณ ซึ่งในบางครั้งอยู่ในช่วงกำลังโปรโมทสินค้าใหม่ หรือกิจกรรมที่กำลังจะจัดขึ้น หรือต้องการจะเน้นโพสต์นั้น ๆ เป็นพิเศษ โดยคุณสามารถกดเลือกปักหมุดได้ที่บริเวณมุมขวาบนของโพสต์นั้น ๆ

โดยสามารถปักหมุดได้ครั้งละ 1 โพสต์เท่านั้น ซึ่งทุกครั้งที่มีคนเข้ามายังหน้าแรกของแฟนเพจของคุณ ก็จะพบโพสต์นี้ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ติดตามแฟนเพจ ที่อาจจะยังไม่เห็นสิ่งที่คุณโพสต์เอาไว้ ทำให้อัตราการเข้าชมโพสต์นั้น ๆ สูงขึ้น รวมไปถึงเพิ่มการมีส่วนร่วมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการไลค์ แชร์ หรือคอมเม้นท์

และสิ่งสุดท้ายที่คุณจะต้องไม่ลืมก็คือ การวัดผลจากสิ่งที่คุณได้ทำลงไปว่า สิ่งที่ลงมือทำไปนั้น ส่งผลอะไรกับแบรนด์ของคุณ ยอดขายของคุณ จำนวนผู้ติดตามบนแฟนเพจของคุณ รวมไปถึงการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การไลค์ แชร์ คอมเม้นท์ เพื่อการสร้างสรรค์เพจที่ดี

ขอบคุณข้อมูลจาก :  STEPSAcademy

BACK

RECENT NEWS